อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ … จริงๆ เหรอ

By | พฤษภาคม 11, 2019

ในช่วงที่ผมเป็นวัยรุ่น (…ซึ่งนานมากแล้ว) สิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในความคิดผู้คนมากที่สุดอย่างหนึ่งในยุคนั้นคือ ความโด่งดังของหนังสือชุด Rich Dad, Poor Dad หรือพ่อรวยสอนลูก นั่นเป็นจุดที่ก่อให้เกิดการบูมอยู่ 3 เรื่องคือ การเป็นเจ้าของธุรกิจ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในหุ้น

ในยุคต่อมา เมื่อเกิด Social Media, e-commerce platform, และรูปแบบการทำเงินผ่านการเป็นตัวแทน แบบซื้อมา-ขายไป, แบบ Dropship หรือแบบ Affiliate, การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคนที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์อีกต่อไป ทำให้คนเป็นนายตัวเอง เป็นเจ้าของธุรกิจกันได้ง่ายขึ้น … แม้กระนั้น ก็ไม่ง่าย สำหรับทุกคน

แย่หน่อย ที่การเป็นพนักงานบริษัท หรือรับราชการ แม้จะอยู่ในองค์กรที่มีชื่อเสียงแค่ไหนก็ตาม ไม่ได้เป็นที่ชื่นชมสักเท่าไหร่ในช่วงที่กำลังเขียนบล็อคนี้ บางคนยังรู้สึกว่ามันดูแย่ บางคนไม่อยากตอบด้วยซ้ำ เวลามีคนถามว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ มันไม่เท่เหมือนการเป็นสตาร์ทอัพ หรือเปิดร้านขายของออนไลน์ ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นนายตัวเอง

ผมชื่นชมคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ จะด้วยเป็นธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว หรือคนที่เริ่มสร้างธุรกิจใหม่ ผมยอมรับนับถือในหัวจิตหัวใจนักสู้และความตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เพราะคุณต้องยอมสละอะไรในชีวิตไปหลายอย่างจริงๆ และคุณเป็นผู้ขยายโอกาสในการจ้างงาน สร้างอาชีพ สรา้งรายได้ให้คนในประเทศนี้เพิ่มขึ้นอีกหลายคน

และผมชื่นชมคนที่ทำงานประจำ ในความไม่ยอมแพ้ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ทั้งการแข่งขันในอุตสาหกรรม ยันเรื่องดราม่าในออฟฟิส คุณมีทั้งเพื่อนร่วมอาชีพ และคู่แข่งอยู่มากมายจริงๆ

ในความคิดของผม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือเป็นพนักงานประจำ ไม่มีสิ่งไหนเลยที่เป็นสิ่งที่แย่ ไม่มีสิ่งไหนที่เหมาะสำหรับทุกคน และไม่มีสิ่งไหนที่เหมาะสมกับเราไปตลอดกาล เราย่อมเปลี่ยนไปตามบริบท

ผมคิดว่าคนฝั่งที่เป็นพนักงานประจำที่อยากเปลี่ยนตัวเองไปเป็นเจ้าของธุรกิจมีมากกว่าแน่ๆ มีเรื่องราว ภาพมากมายที่บอกเล่าความสุข ความสำเร็จของเจ้าของธุรกิจ

มันน่าจะมีความสุขกว่า มีเวลาหรือมีความยืดหยุ่นมากกว่า รวยกว่า และดังกว่า

“ฉันจะมีความสุข ถ้า ….. ได้เริ่มเป็นเจ้าของธุรกิจ ได้เป็นนายตัวเอง”

ผมต้องออกตัวก่อนว่าตัวผมเอง เป็นอยู่สองอย่าง คือพนักงานประจำ และทำงานอิสระแบบไม่ค่อยได้เงินเท่าไหร่ (ส่วนหนึ่งก็คือบล็อคที่คุณอ่านอยู่นี่ใงครับ แม้คุณจะเห็นมีโฆษณาอยู่บ้างแต่เชื่อเถอะ ว่าเงินที่ได้ตรงนี้ มันไม่ได้มากมายอะไร แค่พอจ่ายค่าจดโดเมน กับจ่ายค่าเช่าโฮสติ้งไปปีๆ นึงเท่านั้น ทำแค่ให้ตัวเองรู้ว่าได้ทำแล้วนะ 555) แต่ถ้าคุณอยากรู้อยากลอง ผมจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเริ่มทำ Blog ไว้ให้อ่านกันนะครับ

บทบาทที่ใกล้เคียงความเป็นเจ้าของธุรกิจที่สุดของผมเห็นจะเป็นเพียงการถือหุ้น(ผ่านตลาดหลักทรัพย์) ไม่ได้มีกิจการเป็นของตัวเอง ดังนั้นเรื่องนี้จึงขอยกเอาส่วนหนึ่งของบทความที่คุณ Aytekin Tank (Founder and CEO ของ JotForm สตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีที่มีผู้ใช้งานระบบของเขาถึง 4 ล้านคนทั่วโลก) เขียนไว้ได้น่าสนใจ และเขาเป็นเจ้าของธุรกิจตัวจริงเสียงจริง จึงน่าจะมีประสบการณ์และมุมมองที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้

ในบทความของเขาที่ชื่อ “Don’t become an entrepreneur” (หรือ “อย่าไปเป็นเจ้าของธุรกิจ” แต่เขาก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ นะครับ แกคงตั้งให้มันน่าเข้าไปอ่านเท่านั้น…) มีจุดที่น่าสนใจคือ เขาให้เราเติมคำในช่องว่าง

“ฉันจะมีความสุขถ้า …………” แล้วเขาจะบอกว่า สิ่งที่เขาเจอในชีวิตของเขาเป็นอย่างนั้นหรือไม่ เมื่อเขาได้เป็นเจ้าของกิจการ

“ฉันจะมีความสุขถ้า ได้มีเวลาและมีความยืดหยุ่นในการทำงาน เมื่อเป็นเจ้าของธุรกิจ”

ตา Tank บอกว่า “ชีวิตของผม ไม่เคยสัมผัสคำว่ายืดหยุ่นอีกเลยหหลังจากสร้าง JotForm  ไม่ใกล้เคียงเลยซักนิดตลอด 10 ปีแรก หลังจากทำไป 12 ปี ความรับผิดชอบของผมในตอนนี้ มีแต่ใหญ่หลวงขึ้น ทั้งจัดการเนื้อธุรกิจ การจ้างคน การคิดกลยุทธ์ และ … ความกังวล”

“ในการเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณทำงาน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แล้วก็ได้ใช้อีก 40 ชั่วโมงนอกเวลาทำงานไปกับความกังวลใจ นี่คือชีวิตอิสระ และยืดหยุ่นจริงหรือเปล่า?”

“ฉันจะมีความสุขถ้า ได้มีเงิน รวยเป็นเศรษฐี เมื่อเป็นเจ้าของธุรกิจ”

ตา Tank เล่าให้ฟังว่า “แม้ JotForm จะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ก็ผ่านความล้มเหลวมานับพันครั้ง คุณอาจได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับความล้มเหลวที่นำมาซึ่งความสำเร็จอันสวยงามของสตาร์ทอัพ มีอีกสิ่งที่ควรจะได้ยินด้วยนั่นคือ หลายคนมีหนี้สิน และไปไม่ถึงฝั่งฝัน”

“โดยเฉลี่ยแล้ว เจ้าของธุรกิจที่พึ่งเริ่มธุรกิจใหม่ๆ ทำเงินได้ ประมาณ 5$ (ประมาณ 160 บาท) ต่อชั่วโมง ส่วนคนที่เริ่มมั่นคงแล้ว จะทำเงินได้ประมาณ 62$ (ประมาณ 1,984 บาท) ต่อชั่วโมง​ มันก็ไม่เลวนะ แต่ก็ยังห่างไกลคำว่าเศรษฐีอีกเยอะ”


“ฉันจะมีความสุขถ้า ได้มีชื่อเสียง เมื่อเป็นเจ้าของธุรกิจ”

ตา Tank บอกว่า “มันก็แค่บางคนเท่านั้นแหละ ในขณะที่คนอย่าง Musk หรือ Zuckerberg จะเป็นเหมือนซุปเปอร์สตาร์ แต่ส่วนใหญ่แล้วเราอยากอยู่แบบเงียบๆ ไม่ตกเป็นเป้าสายตามากนัก แล้วก็อยากมีเวลาอยู่อย่างสงบในสวนหลังบ้าน อยู่กับครอบครัวมากกว่า”

“ถ้าคุณมองหาความสุขจากความยืดหยุ่น ความมั่งคั่ง หรือความมีชื่อเสียง การเป็นเจ้าของธุรกิจอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดก็ได้ การเป็นเจ้าของธุรกิจไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน บางคนใช่ บางคนไม่ใช่”

“ถ้าคุณอยากมีเวลาที่ยืดหยุ่น ลองมองหาที่ทำงานที่อนุญาตให้คุณทำงานนอกสถานที่ หรือให้ความยืดหยุ่นเรื่องเวลาการทำงาน ถ้าคุณอยากมีความมั่งคั่ง ลองมองหาการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือลงทุนในหุ้น”

“มันไม่มีอะไรถูกอะไรผิด มันไม่จำเป็นว่าความสุขเหล่านี้จะต้องอยู่กับคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจเท่านั้น อย่างน้อย ผมว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจก็ไม่ใช่ทางที่ง่ายที่สุดที่จะมีความสุขเหล่านั้น”

แถมในท้ายบทความของเขา ยังมีคนเข้ามาแบ่งปันเรื่องราวชีวิตของเธอให้ฟังว่า

“ฉันเคยเป็นทั้งสองอย่าง ตอนแรกฉันทำงานประจำเป็นพนักงาน และได้ทำธุรกิจของตัวเองอยู่ 5 ปี หลังจากนั้นก็ไปทำงานประจำใหม่”

“ฉันชอบและได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างตอนที่ทำธุรกิจ ทั้งเกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับโลกนี้ เกี่ยวกับผู้คน ฉันทั้งสนุกกับมัน แล้วก็เกลียดมันไปด้วย”

“ฉันได้ผจญภัยในโลกธุรกิจ แต่ฉันต้องการชีวิตที่สงบกว่า เครียดน้อยกว่า และต้องการเวลาว่างที่แท้จริงบ้าง ฉันจึงเปลี่ยนกลับมาทำงานเป็นพนักงานอีกครั้ง”

“แต่ฉันก็รักประสบการณ์ 5 ปีนั้นของฉันนะ และฉันสนับสนุนคนที่มีไอเดียดีๆ ไอเดียที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นที่จะทำ ให้ลองทำธุรกิจดู …ก็แค่ลองน่ะ”

……..

แล้วคุณล่ะครับ คิดยังใง มีความสุขกับอะไร แบ่งปันเรื่องราวของคุณบ้างสิ!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *