4 เรื่องการเงินที่ต้องเตรียมก่อนออกจากงานประจำ

By | กรกฎาคม 16, 2019

“ใครๆ ก็รับงานนอกกันทั้งนั้น บางคนได้เงินดีกว่างานที่ออฟฟิสอีก”
“เดี๋ยวนี้ต้องมีอาชีพที่สอง รายได้ที่สอง ที่สาม… เผลอๆ ก็ไม่ต้องทำงานประจำเลยยังได้”
“ไปทำ Start-up กันไหม งานประจำทำไปก็ไม่รวย”
“พี่คนนั้นเค้าขายของออนไลน์ดี๊ดี ออกไปทำมั่งดีแมะ”

เชื่อว่าเกือบทุกกคนคงได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นเรื่องทำนองนี้กันมาไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะจากคนรอบข้าง หรือสื่อต่างๆ บางคนแทบจะเห็น หรือได้ยินทุกวัน ถึงขั้นเครียด ว่าถ้าทำงานประจำต่อไป ยังไม่มีหรือยังไม่ได้ทำอย่างที่เค้าว่า จะเป็นไรไหม จะจนไหม จะแปลกหรือเปล่า?

ผมคงตอบไม่ได้ว่าจะเป็นไรไหม เพราะชีวิตคนแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่ตอบได้ว่าก่อนจะออกจากงานประจำไปทำอะไรก็ตาม จะต้องจัดการเรื่องเงิน 4 เรื่องนี้ก่อน

1.เก็บเงินสำรองและเงินฉุกเฉินให้ได้ก่อน ก็คือเงินที่เก็บไว้ใช้ยามขาดรายได้ กับเงินที่ไว้ใช้จ่ายกับเรื่องไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น(แต่เราต้องคิดเตรียมเงินไว้รับมือก่อนนะ) เงินสำรองควรจะมีให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำรวมทั้งภาระการผ่อนอะไรต่างๆ ในแต่ละเดือนไว้ 3-6 เดือน ส่วนเงินฉุกเฉินนี่พูดยากหน่อย ว่าควรจะมีเท่าไหร่ เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น และต้องใช้เงินเท่าไหร่ ทางที่ดีก็คือเก็บไว้ให้ได้มากระดับหนึ่ง แล้วคอยเติมเรื่อยๆ
เมื่อไม่มีรายได้ประจำ ไม่มีเงินเดือน รายได้ที่มาในรูปแบบค่าจ้าง ขายของ หรือแบบอื่นๆ อาจจะมามากบ้างน้อยบ้างในแต่ละช่วงเวลา ไม่สม่ำเสมอ และ “โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน และไม่มีอะไรฟรี” ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่ายทั้งนั้น

2. เก็บเงินที่ได้จากงานนอก อาชีพเสริม หรืองานฟรีแลนซ์ ถ้าจริงจังกับเรื่องจะลาออกจากงานประจำ ก็ต้องจริงจังกับการเก็บเงินด้วย เมื่อได้เงินจากงานนอก อาชีพเสริม งานฟรีแลนซ์ หรือรายเสริมอื่นๆ ก็ต้องเก็บออมไว้ก่อน ให้เป็นเงินก้อนใหญ่พอสมควร มันเป็นเรื่องยากที่จะไม่ใช้เงิน ไม่ให้รางวัลตัวเองจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยกว่าเดิม แต่การที่เราไม่มีเงินที่พอจะมั่นใจได้ว่าสามารถเลี้ยงดูครอบครัว หรือมีประมาณนึงเพื่อเตรียมไว้เลี้ยงดูตัวเองตอนแก่ได้ เราก็จะรู้สึกไม่สบายใจ มีเรื่องเงินมากวนใจอยู่เรื่อย สุดท้ายก็คือไม่มั่นใจกับการลาออกจากงานประจำ หรือไม่มีสมาธิกับการทำมาหากิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีหนี้สินติดตัวมาด้วย

3. ลงทุนในตัวเอง แม้จะเคร่งครัดกับการเก็บเงิน แต่มีเรื่องหนึ่งที่ละเลย ไม่ลงทุนไม่ได้ นั่นก็คือลงทุนในการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถของตัวเอง แม้จะต้องใช้เงินบ้าง เพื่อเป็นฐานในการเจริญเติบโตในอาชีพต่อไป ทั้งจากตัวความรู้นั้นเองและจากคอนเนคชั่นที่เกิดจากการเรียนนั้น
การออกไป “โต” ข้างนอก นั้นหมายถึง การจะต้องไปเป็น Profesional หรืออย่างน้อยก็กำลังพัฒนาไปเป็น Profesional และมีคู่แข่งมากมายอยู่ข้างนอกนั้น มีคนเคยบอกว่า “ให้ระวังความคิดที่ว่า อ่านเองได้ รู้ได้เองคนเดียว” อาจจะจริงในช่วงแรกๆ และอาจจะจริงถ้า “ไม่มีเป้าหมายที่รออยู่” อย่ากลัวที่จะลงทุนในความรู้ความสามารถให้ตัวเอง

4. จนกว่างานนอก งานเสริม จะสร้างรายได้มากกว่างานประจำ หรืออย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งของรายได้จากงานประจำ เพื่อลดความเครียดในการตัดสินใจ บางคนอาจพบว่างานประจำ กับงานนอกนั้นส่งเสริม สอดประสานกันได้ดี อาจจะเปลี่ยนใจ รักงานประจำที่เคียงคู่กันได้สวยกับงานนอกไปเลยก็ได้นะ

4 ข้อนี้ ไม่จำเป็นว่าจะใช้ได้เฉพาะกับคนที่อยากลาออกจากงานประจำ คนที่แฮปปี้กับงานประจำอยู่ก็สามารถปฏิบัติได้ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ส่วนใครที่ทำอยู่ แล้วยังได้ไม่ถึงอย่างที่คิดไว้เสียที ก็ “อดทน” ไว้จนกว่าจะถึงวันนั้นของเราครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *