สร้อยทองโปร่ง-ตัน ซื้อทองแบบไหนดีกว่ากัน

By | ตุลาคม 5, 2019

เวลาจะซื้อสร้อยคอทองคำ ก็มักเจอกับคำว่า “โปร่ง” และ “ตัน” อยู่สมอ

สร้อยทองแบบตัน​ อาจจะไม่ค่อยงงเท่าไหร่ นึกภาพง่ายๆ ก็คือเหมือน “เส้นลวด” ขนาดต่างๆ มาตัด ดัด ทอ ด้วยมือช่างหรือด้วยเครื่องทอสร้อยก็ตาม นำมาประกอบกับห่วง-ตะขอ ปลายจรวด หรือปลายหัวมังกร ก็จะออกมาเป็นสร้อยคอหรือสร้อยข้อมืออย่างที่เราเห็น

ส่วนทองโปร่ง อาจจะสงสัยว่ามันโปร่งยังใง ถ้านึกภาพแบบง่ายๆ ก็คือ แต่ละชิ้นส่วน แต่ละข้อ มันจะเหมือน “สายยาง” หรือ “ตะกรุด” ขนาดเล็กจิ๋ว ที่ข้างในกลวงๆ เป็นที่ว่าง มีเนื้อทองแค่เปลือกๆ เท่าที่เราเห็น น้ำหนักเมื่อจับดูจึงเบาโหวง แต่ถ้าดูด้วยตาจะดูใหญ่เมื่อเทียบกับทองตันในขนาดน้ำหนักเท่าๆ กัน

ซึ่งทองโปร่งทองตันแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

ทองแบบโปร่ง

ข้อดีก็คือ

  1. ได้ทองเส้นโต ในงบที่ประหยัดกว่า บางทีเห็นสร้อยทองเส้นโตๆ นึกว่าจะหนักเป็นบาทๆ ที่จริงแล้วหนักเพียง 1-2 สลึงก็มี
  2. ทองแบบโปร่งมักมีลวดลาย ลูกเล่น ตกแต่งด้วยฝีมือช่างได้หลากหลายกว่า มีแบบให้เลือกเยอะ และมักมีแบบใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ

ข้อเสียก็คือ

  1. ถ้าอยากจะซื้อทองโปร่งไปใส่ ควรจะต้องเป็นคนที่มีความระมัดระวังมากหน่อย ถ้าใช้งานแบบปกติ ไม่เผลอเอามือไปสะบัดสะบิ้ง หรือดึงแรงๆ หรือไปใช้ห้อยจี้หรือพระเครื่ององค์ใหญ่ๆ หนักๆ ก็จะใช้งานได้ไปเรื่อยๆ แหละครับ แต่ถ้าเป็นคนมือไม้อยู่ไม่ค่อยสุข เช่น เกิดเอามือสะบัดผมแล้วนิ้วดันไปเกี่ยวกับสร้อยเข้า สะบัดไป ทองโปร่งมากๆ ก็ขาดได้เหมือนกันนะครับ หรือบางเส้นบางลายใช้ไปใช้มาอาจจะเป็นรอยบุบตามจุดที่มีการบีบหรือกระแทก
  2. ด้วยเทคนิคการผลิตแล้ว ทองโปร่งจะมีจุดเชื่อมต่อมากกว่าทองตัน ทองโปร่งจึงต้องใช้น้ำประสานทองมากกว่า (ลองนึกภาพตะกรุดนะครับ ที่เป็นแผ่นทองบางๆ แบนๆ จับปลายสองข้างมาชนกันแล้วเชื่อมด้วยน้ำประสานทอง นั่นแหละคือ 1 ข้อชิ้นส่วนเล็กๆ ที่จะนำมาดัด มาประกอบต่อๆ กันเป็นสร้อยทอง ซึ่งทุกชิ้นส่วนเล็กๆ จะทำแบบนี้ทั้งหมด คือเรียกว่าทองโปร่งทั้งเส้นจะมีการเชื่อมด้วยน้ำประสานทองอยู่ทั่วไปหมด รวมถึงไหลเข้าไปอยู่ในหลอดกลวงๆ นั้นด้วยครับ) เวลาเราไปขายทองคืนให้ร้านทอง ร้าทองก็รู้จักทองโปร่งข้อนี้ดี จึงอาจจะให้ราคารับซื้อคืนทองโปร่งน้อยกว่าทองตัน แม้ว่าชั่งบนตราชั่งแล้วจะมีน้ำหนักเท่ากัน (เพราะทองโปร่งมีน้ำประสานทองปนอยู่เยอะในน้ำหนักที่เห็นนั้น)

ส่วนทองแบบตัน

ข้อดีก็คือ

  1. ทนทาน ยิ่งเป็นลายคลาสสิคโบราณอย่างคชกิต ที่หน้าตาเหมือนโซ่ ก็ทนทานสมกับหน้าตานั่นแหละครับ
  2. ส่วนใหญ่ค่าแรงตอนซื้อทองตันมักจะถูกกว่าทองโปร่ง
  3. เวลาขายคืนร้านทอง มักได้ราคาดีกว่าทองโปร่ง ทองตันเองก็มีการใช้น้ำประสานทอง แต่เมื่อเทียบกับทองโปร่งแล้ว เปอร์เซ็นของน้ำประสานทองน้อยกว่า

ข้อเสียคือ

  1. สร้อยทองตันมักเป็นลวดลายแบบดั้งเดิม ไม่ค่อยมีแบบแฟนซี แบบใหม่ๆ มีแบบให้เลือกไม่มาก
  2. ด้วยน้ำหนักที่เท่ากัน อย่างเช่น สร้อยทอง 1 บาท ลายเดียวกัน สร้อยทองแบบ “ตัน” จะดูเล็กกว่าแบบ “โปร่ง” ส่วนจะเล็ก-ใหญ่กว่ากันแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคของช่างทองแต่ละท่าน​ ถ้าเป็นสร้อยน้ำหนักน้อยๆ ก็จะแลดูเส้นเล็กมาก บางท่านอาจจะบอกว่า แหม่…ใส่แล้วดูไม่สมฐานะเอาเสียเลย
  3. เริ่มหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่างทองมักไม่ค่อยผลิตทองตันกันแล้ว แต่ความนิยมยังมีสูง

สรุปก็คือ

ถ้าคุณอยากได้ทองไปใส่ซักเส้น สวยๆ ไม่ได้กะว่าจะขาย เอาแบบประหยัดงบ เอาเงินไปซื้ออย่างอื่นบ้าง และมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนระมัดระวังมากพอ สร้อยทองแบบโปร่งก็โอเคนะครับ

แต่ถ้าอยากได้ความทนทาน ห้อยพระองค์ใหญ่ แถมเลี่ยมมาหนักๆ ไม่ต้องสวยต้องแฟนซีอะไรมากมาย หรือมีแอบคิดว่าอาจจะขายทองเส้นนี้ในอนาคต อยากได้ราคาดีกว่าหน่อยๆ สร้อยทองแบบตันก็ดูจะตอบโจทย์กว่าครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *