ลงทุนอะไรดี

By | ธันวาคม 25, 2016

ที่จริงตอนแรกผมจะตั้งชื่อหัวข้อเรื่องนี้ว่ามอง Trend แต่ผมคิดว่ามันจะขัดกับความตั้งใจของผมที่จะทำให้ผู้เริ่มต้นลงทุนสร่างเมากับข้อมูลที่มันโครตวิชาการ และเห็นว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเรานี่แหละ มันจับต้องได้ เราเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เราย่อมเข้าใจมัน และพอจะเชื่อได้ว่าเป็นจริง (ข้อมูลจาก …. แห่งชาติ อะไรทำนองนั้นผมไม่ค่อยเชื่อหรอกครับ) แต่เพื่อไม่ให้มันมีแต่น้ำๆ มากไป และให้ท่านผู้อ่านได้ความรู้เล็กๆ น้อยๆ ก็จะขอแทรกศัพท์แสงที่เค้าใช้กันในวงการการลงทุนไปบ้างพอหอมปากหอมคอแล้วกันนะครับ

ผมเดาเอานะครับว่าท่านผู้ที่กำลังอ่านบทความอยู่นี่น่าจะเป็นคนที่พึ่งเริ่มทำงาน หรือทำงานมาได้ซักพักนึง เที่ยวเล่นสนุกมาระยะนึงแล้ว เริ่มจะต้องมาคิดเรื่องเก็บเงินเก็บทองกันแล้ว ก็คงอายุราวๆ ซัก 25-35 ปี และตามที่เราถูกหล่อหลอมกันมาว่าเราน่าจะเกษียณ เลิกทำงาน อยู่บ้าน ทำงานอดิเรก หรือไปท่องเที่ยวกัน ก็คือวัย 60 ปี หรืออีกประมาณ 30 ปีข้างหน้า และเราอาจจะมีอายุยืนยาวต่อไปหลังจากนั้นอีกประมาณ 20-30 ปี นั่นหมายถึงสิ่งที่เราจะลงทุน(หรือแม้แต่การเลือกอาชีพก็ตาม) ก็ควรจะเป็นทรัพย์สินหรือธุรกิจที่สามารถสั่งสมบารมี เติบโต หรืออย่างแย่ที่สุดก็ควรจะยังคงมีอยู่ ไม่หายไปจากโลกนี้ในระยะอีก 30-50 ปีข้างหน้า

เป็นการยากอยู่เหมือนกันนะครับที่เราจะคาดการณ์ได้ว่าอะไรจะอยู่อะไรจะไปในระยะเวลาอีกตั้ง 30-50 ปีข้างหน้า ผมเคยฟังสัมมนาที่บรรยายโดยคุณกวี ชูกิจเกษม แกเคยบอกว่า วิธีที่พอจะช่วยให้เราเห็นภาพอนาคตไกลๆ ก็คือการย้อนไปดูอดีตไกลๆ ว่าในอตีดไกลๆ นั้นมีอะไรที่ทุกวันนี้ก็ยังคงมีอยู่ ไกลแค่ไหนน่ะหรือครับ แกบอกให้ลองจินตนาการไกลไปถึงสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งก็นับถอยไปได้หลักพันปี ว่าสมัยนั้นมีอะไร แล้วนึกดูว่าสมัยนี้สิ่งนั้นมันยังมีอยู่ไหม

เอาง่ายๆ ลองดูในหนังจีนกำลังภายในย้อนยุคก็ได้ครับ ว่าในหนังมักจะมีอะไร คุณเห็นโรงเตี๊ยมในหนังไหมครับ คุณเห็นการเดินทางไปแว่นแคว้นแดนไกลในหนังบ้างไหม เห็นจอมยุทธ์สั่งสุราน้ำชามานั่งดื่มกันในร้าน ได้ยินคนเรียกเสี่ยวเอ้อหรือเด็กเสิร์ฟไหม ฉากที่จอมยุทธ์มักเจอคู่ปรับคือตลาดใช่ไหม เวลาเจอกันก็ฟันดาบกันจนแผงค้าพังกระจาย มีคนวิ่งพาคนที่ร้อง อ่ะเฮื้อออ!! กำลังกระอักเลือดไปหาซินแสใช่หรือไม่ สิ่งเหล่านั้นก็คือ โรงแรมที่พัก สิ่งที่เกี่ยวกับการเดินทางไกล ร้านอาหาร สถานที่ที่ผูคนมาพบปะกันเพื่อซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน โรงพยาบาล ซึ่งสิ่งเหล่านั้น ก็ยังดำรงอยู่มาได้นับร้อยนับพันปีจนถึงทุกวันนี้ ก็คิดว่าอีก 30-50 ปีข้าหน้าก็น่าจะยังมีอยู่ได้

แต่ก็ใช่ว่าสิ่งที่ไม่เคยมีในสมัยราชวงศ์ถัง พึ่งจะมีเมื่อไม่นาน จะอยู่ไม่ถึง 30-50 ปีนะครับ เพียงแต่มันพึ่งเกิด และมันอาจจะมีพัฒนาการไปอีกหลายขั้นมากในเวลาอันรวดเร็วจนเราคาดการณ์อนาคตไกลๆ ของมันได้ยากเท่านั้นเอง แต่ถ้าลดลงมาเหลือระยะซัก 10 ปีอาจจะพอไหว เช่น สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร โทรคมนาคม หรือระบบการเงินการค้าขาย การนำเสนอบริการที่มีความเป็น Digital มากขึ้น

เอาล่ะครับ เรากลับมาสู่สิ่งที่อยู่รอบตัวเรากันดีกว่า

ผมเกิดและเติบโตในกรุงเทพ เห็นกรุงเทพมาตั้งแต่ยังเป็นท้องร่องสวนอยู่ทั่วไป มีทุ่งนาบ้าง บางที่เป็นนากุ้งเสียด้วยซ้ำ ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งถนนหนทาง หมู่บ้านจัดสรร รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน คอนโมิเนี่ยม ร้านสะดวกซื้อ ห้างค้าปลีก ที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดในกรุงเทพ แล้วก็เริ่มจะเต็มๆ ตึงๆ จนเริ่มจะต้องขยายไปทางนนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ กันแล้ว ความเป็นเมืองก็ยังเกิดขึ้นตามจังหวัดต่างๆ ด้วย เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น โคราช หาดใหญ่ ชลบุรี เป็นต้น กระแสความเป็นเมืองนี้มีศัพท์แสงที่เรียกว่า Urbanization ซึ่งเป็นหนึ่งใน Mega Trend ที่เกิดขึ้นและจะยังคงอยู่ต่อเนื่องยาวนาน ไม่ได้เกิดเร็วดับเร็วแบบแฟชั่นครับ

ที่จริงสิ่งที่มีใน Urbanization ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับสมัยราชวงศ์ถัง ถ้ามองโดยพฤติกรรมคน

ก็คือผู้คนยังเดินทางกันอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนยานพาหนะ จากรถสองล้อมีคนลาก ก็เปลี่ยนเป็นรถมอไซค์รับจ้าง Grab Bike แท็กซี่ Uber หรือรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน

ผู้คนก็ยังเดินทางไกล เพื่อไปค้าขาย ไปร่ำเรียน  หรือไปท่องเที่ยวกันอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนจากเดินทางโดยเรือสำเภา ขี่ม้า นั่งเกี้ยว เป็นเครื่องบิน เป็นเรือเดินสมุทร รถทัวร์ รถไฟ

คนก็ยังต้องหาที่พักเมื่อเดินทางไกล แค่เปลี่ยนจากโรงเตี๊ยม เป็นโรงแรม ที่ค้นหาและเปรียบเทียบราคา จอง จ่ายมัดจำกันผ่านเว็บไซต์หรือแอพต่างๆ  มีการคมนาคมที่เอื้อให้ผู้คนเดินทางท่องเที่ยวกันได้มากขึ้น บ่อยขึ้นอีกกว่าสมัยราชวงศ์ถัง

คนก็ยังคงต้องจับจ่าย ซื้อขายสินค้า ออกไปพบปะร่ำสุรานั่งกินน้ำร้อนน้ำชาตามร้านรวงต่างๆ กันอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนไปเข้าห้างสรรพสินค้ากัน

และไม่ว่า Technology จะก้าวไกลไปแค่ไหน คนก็ยังเกิด แก่ เจ็บ ตาย กันอยู่ ก็ยังคงต้องพึ่งหมอพึ่งโรงพยาบาลกันอยู่ แม้ไม่เจ็บป่วยอะไร แต่ถ้าทำให้ชลอริ้วรอย ดูอ่อนกว่าวัย ขาว สวย หุ่นดีขึ้นก็เอา เข้าโรงพยาบาลกัน

ความเป็นเมืองไหลไปทางไหน สิ่งเหล่านี้ก็ไหลตามไปด้วยครับ

ลองมองรอบตัวคุณสิครับว่ามีอะไรอยู่บ้าง ตัวคุณเองซื้อหาหรือใช้บริการอะไรมากหรือบ่อยที่สุด นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นที่ดีในการลงทุนของคุณ เพราะคุณรู้จักมันเป็นอย่างดี ในฐานะลูกค้าหรือผู้บริโภคมักเปรียบเทียบคู่แข่งของผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งได้ดีกว่าเจ้าของผลิตภัณฑ์ เพราะคุณไม่มีความลำเอียง แถมยังจับผิด เห็นจุดอ่อน จุดบกพร่องได้ดีกว่าคนของบริษัทนั้นๆ เรียกว่าคุณมี Insight มากกว่าคนในบริษัทนั้นๆ เสียอีก

วันนี้ลองมาตั้งหลักกันก่อน Step ที่ 1 เริ่มโดยลิสต์มาก่อนครับ ว่าตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน คุณทำอะไรบ้าง ไปไหนบ้าง เดินทางอย่างไรบ้าง เข้าร้านอะไรบ้าง ซื้อสินค้า-ใช้บริการอะไรจากใคร จ่ายเงินให้ใครบ้าง จ่ายอย่างไร

ต่อด้วย Step ที่ 2 ใช้ google เสิร์ชหาข้อมูลต่อไปอีกนิดนึงว่าสินค้าและบริการเหล่านั้นผู้ผลิต-ผู้ให้บริการมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไรกันบ้าง ถ้าชื่อเป็นบริษัทแล้วมีวงเล็บมหาชนต่อท้ายนี่เป็นลิสต์ที่สำคัญมากครับ เพราะคุณสามารถเป็นเจ้าของ เป็นหุ้นส่วนกิจการบริษัทนั้นได้ ถ้าคุณอยากจะร่วมลงทุนกับเค้าด้วยเงินเพียงหลักร้อยหลักพันเค้าก็ยินดีรับครับ ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องดื่ม สัญญาณโทรศัพท์ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือแม้แต่สนามบิน

Step ที่ 3 สิ่งนั้นมีอยู่ในพฤติกรรมคนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังจนถึงทุกวันนี้หรือไม่ และผู้คนน่าจะใช้มันต่อไปอยุ่อีกใน 30-50 ปีข้างหน้าหรือไม่

Step ที่ 4 ดูว่าความเป็นเมืองไหลไปไหน สิ่งนั้นก็จะไหลตามไปด้วยใช่หรือไม่

ถ้ามีสินค้า บริการ หรือบริษัทใดที่เข้าล้อคทั้ง 4 Step ก็เก็บไว้เป็นตัวตั้งหลักในการลงทุนได้ เพราะคุณมี Insight กับมัน , มันอยู่ใน Mega Trend และมันน่าจะอยู่กับเราไปอีกนานครับ

แต่นี่ก็เป็นแค่การตั้งหลักเท่านั้นนะครับ การจะตัดสินใจควักเงินออกมาลงทุนในอะไรซักอย่างยังต้องมีตัวกรองอีกนิดนึง  ไปตามกันต่อในบทความต่อไปครับ — > 5 คุณสมบัติของหุ้นโหงวเฮ้งดี

 

One thought on “ลงทุนอะไรดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *