เล่นหุ้นดีไหม… เป็นเจ้าของกิจการล่ะ… ดีไม๊

By | มกราคม 14, 2017

รูปนี้ผมตั้งใจจะถ่ายให้เห็น 7-11 กับรถกระบะใหญ่ที่ในภาพจอดอยู่ถัดจาก 7-11 ไป(ที่เขียนว่า หวาน หอม เย็น นั่นแหละครับ) รถกระบะใหญ่คันนี้เคยจอดขายเครื่องดื่มชงๆ พวกชา กาแฟ ร้อนเย็น น้ำหวานต่างๆ ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่าย เดิมทีก็เป็นรถกระบะเล็กมาก่อน ต่อหลังคาเปิดท้ายขายกันเรื่อยมาจนขยับขยายจากรถกระบะเล็กเป็นรถกระบะใหญ่ มีลูกค้าเป็นพนักงานโรงงานเล็กๆ แถวๆ นั้น พนักงานในปั๊มน้ำมัน (แต่ก่อนตรงจุดที่ผมยืนถ่ายรูปอยู่นี้เป็นปั๊มเชลครับ) ห้างบิ๊กซีที่อยู่ฝั่งตรงข้าม  วินมอเตอร์ไซค์ คนขับแท็กซี่ และพ่อค้าแม่ค้าแถวๆ  นั้นซึ่งก็พอมีบ้างแต่ไม่มาก

 

2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมเห็นว่าร้านกาแฟรถกระบะคันนี้ไม่เปิดขายเหมือนที่เคย ที่ท้ายรถมีแผ่นโฟมขนาดใหญ่ที่เดิมเป็นฝาปิดลังน้ำแข็ง เสียบท้ายกระบะไว้ เขียนว่า “ขาย 350,000”

 

จุดที่ผมถ่ายรูปนี้ก็คือร้านกาแฟอเมซอน ที่อยู่ในปั๊มปตท. (ที่เดิมเคยเป็นปั๊มเชลใงครับ) แล้วก็มี 7-11 อยู่ในปั๊มนี้ด้วย

 

ปั๊มนี้พึ่งเปิดมาราวๆ ซักครึ่งปี และเมื่อไม่นานมานี้ ราวๆ 3 เดือนก่อน ฝั่งตรงข้ามก็เปิดปั๊มปตท. อีกเหมือนกัน  ขนาดใหญ่กว่า มี 7-11 และร้านกาแฟอเมซอนเช่นกัน

 

ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าสาเหตุที่ร้านกาแฟรถกระบะปิดไปพร้อมประกาศขายรถเครื่องมือทำมาหากินนี้ไปเพราะอะไรกันแน่ เท่าที่ผมพอจะเดาได้ก็คือ

  1. โรงงานที่รถขายกาแฟคันนี้จอดอยู่ข้างหน้า ได้เปลี่ยนกิจการ ไปเป็นโชว์รูมสินค้าอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งจำนวนพนักงานน้อยลง ก็อาจจะทำให้ทำเลตรงนี้ลูกค้าน้อยลงไปด้วย
  2. ร้านกาแฟรถกระบะคันนี้ขายดีมาก จนเจ้าของสามารถขยับขยายกิจการไปเปิดร้านที่ใหญ่ขึ้น ได้ทำเลดีขึ้น หรือไปทำกิจการอื่นที่สร้างรายได้ที่ดีกว่า จึงขายกิจการเดิมไป
  3. มีคู่แข่งรายใหม่ คือ 7-11 และร้านกาแฟอเมซอน ประกบอยู่สองฟากฝั่งถนน

 

ก่อนที่ปั๊มนี้จะเปิด ระหว่างที่เค้าก่อสร้างกันอยู่ ก็มีป้ายประกาศมาปิดไว้แจ้งว่ากำลังสร้างปั๊มน้ำมันปตท. ผมเคยถามร้านค้าขายของชำที่อยู่ปากซอย (ปากซอยนี้ก็คือมีปั๊มนี้เลยครับเรียกว่าหลังคาแทบจะชนกับร้านโชห่วยนี้เลย) ว่า “ป้าครับ ปั๊มนี้เค้าจะเปิดเมื่อไหร่ครับ” ป้าก็บอกว่า “คงอีกเดือนสองเดือนนี่แหละ ปตท. เปิดที่ไหนก็ชิบหายที่นั่น…” ผมเองก็พอจะรู้อยู่ว่าคนค้าขายไม่ค่อยชอบปั๊มปตท. ซักเท่าไหร่เพราะมันมักมาพร้อม 7-11 ซึ่งกระทบกิจการของเค้าแน่นอน

 

ผมออกมาซื้อกาแฟที่อเมซอน ตอนแรกว่าจะเข้า 7-11 ไปซื้อโค้กเอากลับไปแช่ตู้เย็นไว้กินที่บ้าน แต่ก็เปลี่ยนใจไปซื้อจากร้านโชห่วยปากซอยบ้าน  ซึ่งเมื่อก่อนก็ซื้อจากร้านป้าแกบ่อยๆ ถึงป้าจะไม่เคยแจกแสตมป์สะสมแลกของ ไม่เคยมีโปร.ซื้อ 2 ชิ้นได้ลดราคา แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ ผมคิดว่าน่าจะไปซื้อกับแกมากกว่า

 

ผมเองถือหุ้น CPALL (ก็เสมือนหนึ่งเป็นเจ้าของกิจการ 7-11 อยู่จิ๊ดนึง) อยู่แต่ในสัดส่วนที่ไม่มากนัก เป็นเศษเสี้ยวหน่อยเดียวเมื่อเทียบกับเงินออมทั้งหมด ถือแค่พอให้มีกระจายออกจากการออมในเงินฝากธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยดิน(แต่คิดดอกเงินกู้เงินผ่อนมหาศาล…) ได้การเติบโตของราคาหุ้นและเงินปันผลรวมกันออกมาแล้วเฉลี่ย % ผลตอบแทนรวมของพอร์ทออกมาแล้วไม่แพ้เงินเฟ้อก็พอ พอแค่เก็บไว้เลี้ยงตัวเองตอนแก่ได้ก็พอ ไม่ได้หวังจะรวยเร็ว รวยมาก จากการถือหุ้นไม่ว่าตัวไหนๆ

 

แม้ CPALL จะเป็นหุ้นที่ผมชอบมากตัวหนึ่ง (ผมไม่มีหุ้นปตท.ในพอร์ทเลย ไม่มีหุ้นกลุ่มพลังงานแม้แต่ตัวเดียว เพราะผมยังไม่เข้าใจภาพธุรกิจพลังงาน เส้นทางรายได้และกำไรของมัน ผมยังไม่สามารถจินตนาการภาพธุรกิจนี้ออกมาให้จบในขนาดกระดาษ A4 ได้ ผมเลยไม่ซื้อ) แต่พอเราถอดหัวโขนของความเป็นผู้ถือหุ้นออก เราจะมองเห็นความโหดร้ายของกระแสธารแห่งทุนขนาดใหญ่ ที่พร้อมจะไหลบ่ามาทับธุรกิจขนาดเล็กดั้งเดิมได้อย่างไม่ทัน ตั้งตัว เป็นความรู้สึกที่อธิบายยากมากครับ

 

ทุกวันนี้ก็เฉลี่ยๆ การเข้าไปอุดหนุนร้านโชห่วยบ้าง 7-11 บ้าง อะไรที่ร้านโชห่วยไม่มีค่อยไปซื้อใน 7-11 เอา ผมชอบและถือหุ้น CPN อยู่เล็กน้อย แต่ทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยเข้า เซ็นทรัลแต่ชอบเดินตลาดสด คลองถม จตุจักร สนามหลวงสอง เรียกว่าทุกอาทิตย์ต้องไปที่ใดที่หนึ่งใน 4 แห่งนี้ ยกเว้นเซ็นทรัล ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเข้าเซ็นทรัลครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

 

ผมไม่แน่ใจว่าอะไรที่จะทำให้ผมสะเทือนใจมากกว่ากัน ระหว่างร้านค้าที่ผมไปซื้อของบ่อยๆ ที่สนามหลวงสอง กับเซ็นทรัล หากอย่างใดอย่างหนึ่งต้องปิดกิจการไป

 

เอาล่ะครับ Drama กันมาพอสมควร Point ที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นก็คือ

  1. ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ SME เจียดเวลาเล็กๆ น้อยๆ ศึกษาข้อมูล อ่านข่าวเกี่ยวกับบริษัทขนาดใหญ่ว่าเขากำลังมีแผนทำอะไร หรือพึ่งทำอะไรออกมา ใช้เทคโนโลยีอะไร อนาคตจะกระทบกิจการของเราไหม มากน้อย ใกล้ไกลแค่ไหน จะได้ปรับตัวรับมือให้ทัน และถ้าให้ดี พิจารณาลงทุนในหุ้นบ้าง เลือกกิจการที่คุณเข้าใจ รู้จักมันเป็นอย่างดี ฐานะทางการเงินของกิจการโอเค กิจการมีอนาคต ก็ร่วมลงทุนไปกับเค้า ก็เหมือนกับว่าคุณได้เป็นเจ้าของกิจการมากขึ้น เป็นการกระจายความเสี่ยง ดีกว่าเป็นเจ้าของกิจการกิจการเดียว
  2. ในฐานะที่คุณเป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนผม ทำงานงกๆ หาเงินมาใช้จ่ายให้เจ้าของธุรกิจอื่นจนเค้ารวยกันหมด ยกเว้นเรา อย่ากระนั้นเลยครับ เราจ่ายเงินให้ธุรกิจไหน ถ้าเค้าเปิดทางให้เราเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นได้ด้วย ก็ร่วมเป็นเจ้าของกิจการนั้นไปด้วยเลยไม่ดีหรือ อย่างน้อยๆ เงินที่เราจ่ายไป ส่วนหนึ่ง(แม้จะน้อยนัก) ก็กลับมาเป็นรายได้ของเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แบ่งเงินเก็บรายเดือนไม่ต้องมาก ประมาณว่าเอามาครึ่งหนึ่งของค่าเหล้ายาปลาปิ้ง ปาร์ตี้ ที่คุณจ่ายไปทุกเดือนทุกเดือน หรือครึ่งหนึ่งของเงินช้อปปิ้งของที่ไม่ค่อยมีมูลค่าเพิ่มเท่าไหร่ในอนาคต เช่น เสื้อผ้า รองเท้า หรือลดสเป็คกาแฟที่คุณซื้อดื่มทุกวันทุกวันให้ประหยัดลงครึ่งหนึ่งได้ไหม แล้วเอาเงินส่วนที่เก็บได้นั้นมาลงทุนในหุ้น ถ้ากลัวความเสี่ยง ก็หาความรู้ แล้วก็เลิกกลัวเงินจะหายไปทั้งก้อน เพราะถ้าคุณไม่ทำมันก็หายไปกับเสื้อผ้า รองเท้า เหล้า เบียร์ กาแฟอยู่ดี
  3. ในฐานะที่คุณเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวและสังคม ผมดีใจกับครอบครัวและคนรอบข้างของคุณจริงๆ ที่คุณพาตัวเองมาอยู่ในเพจนี้แม้จะมาอย่างงงๆ ก็ตาม เพราะนั่นหมายถึงคุณมีความหมั่นเพียรพยายามศึกษา มีความใส่ใจเรื่องการเก็บหอมรอมริบ ลงทุน ทำเงินให้งอกเงย จะได้มีอนาคตทางการเงินที่ดีขึ้น มั่นคงขึ้น ไม่เป็นภาระกับครอบครัวและสังคม แถมเผลอๆ คุณอาจจะทำได้ดีจนสามารถเป็นหลักเป็นที่พึ่งพิงของครอบครัว ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในครอบครัวของคุณดีขึ้นได้ และมันจะดีมากถ้าคุณแบ่งปันความรู้ที่มีให้คนรอบข้างของคุณ ชักชวนกันให้ใส่ใจ มีวินัยในการเก็บออมและลงทุนอย่างเหมาะสม

 

หุ้นไม่ได้น่ากลัวเกินกว่าที่คุณจะจัดการมันได้ ถ้าคุณเรียนรู้และรู้จักมัน รู้จัก Balance ความกล้าและความกลัวของตัวเอง กล้ามากไปก็ไม่ดี กลัวมากไปก็ไม่ได้ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งที่มีเพื่อนของมันอีกทีนึงชวนไปร่วมหุ้นเปิดร้านเหล้า มันถามข้อมูลเพื่อนมันนิดหน่อย ก่อนเอาเงินไปร่วมหุ้นกับเค้า ไม่เห็นจะมีทีท่าว่าจะกลัวเพื่อนเชิดเงิน หรือร้านเจ๊งซักเท่าไหร่ แต่ผมชวนลงทุนในหุ้นเซ็นทรัล การท่าอากาศยาน โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มันกลับกลัว กลัวซ็นทรัลจะเชิดเงิน กลัวสนามบินจะไม่มีลูกค้า กลัวบำรุงราษฎร์จะเจ๊งก่อนร้านเหล้าเพื่อน ….

 

หุ้นไม่ได้เสี่ยงเกินกว่าที่คุณจะจัดการมันได้ เอาเป็นว่าถ้าคุณกล้าเล่นหวยได้ทำไมจะกล้าเล่นหุ้นไม่ได้ เพราะหวยนี่เสี่ยงสูญเงินทั้งก้อน เสียแล้วเสียเลย ไม่มีทางได้เงินค่าหวยที่ถูกกินไปแล้วในงวดที่แล้วกลับมาได้ แต่หุ้นถ้าเลือกกิจการที่ดีมีอนาคต แม้บางทีเงินที่ลงทุนไปจะมีช่วงเวลาที่ขาดทุนอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่หายไปทั้งหมด และในระยะยาวมันก็กลับมาได้ครับ

 

แล้วไอ้กิจการที่ว่าดี มีอนาคต มันควรจะเป็นยังใงล่ะ ผมว่าเราพักสายตากันแป็บนึง สูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ ซักครู่ แล้วไปต่อกันที่บทความต่อไปกันดีกว่าครับ

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *