5 คุณสมบัติของหุ้นโหงวเฮ้งดี

By | มกราคม 21, 2017

เมื่อตอนที่แล้ว (ลงทุนอะไรดี) เราได้มี 4  Step ในการตั้งหลักเริ่มต้นหากิจการที่น่าลงทุน ก็คือเป็นกิจการที่อยุ่ในชีวิตประจำวันของคุณ คุณรู้จักมันเป็นอย่างดี(มี Insight) อยู่ใน Mega Trend อันใดอันหนึ่ง (ตอนนั้นพูดถึง Urbanization) และน่าจะอยู่ไปอีกนาน (มีพฤติกรรมนี้มาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังจนทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่) เราอาจจะพบว่ามีกิจการหรือบริษัทอยู่ในลิสต์จำนวนมาก และมันก็ดูดีมากๆ ทุกกิจการ ก็อยากจะลงทุนมันเสียทั้งหมดทุกตัวนั่นแหละ

แต่ก่อนจะยอมควักเงินลงทุนร่วมหัวจมท้ายไปกับกิจการใด เราก็ควรจะดูความได้เปรียบของกิจการนั้นเพิ่มเติมกันอีกซักหน่อย เราตกลงกันก่อนนะครับว่ากิจการที่ผมยกตัวอย่างในบทความนี้และบทความอื่นๆ ผมไม่แนะนำให้เชื่อ หรือซื้อ หรือไม่ซื้อตามกัน เพราะมันเป็นแค่ความเห็นของผม ซึ่งไม่ได้เป็นนักวิเคราะห์อะไร แค่เลือกสิ่งที่คิดว่าผมชอบและเหมาะกับผมเท่านั้น สิ่งที่เหมาะกับคุณอาจเป็นคนละอย่างกับผมก็ได้ครับ

เอาล่ะ โหงวเฮ้งที่ดีของกิจการมีอะไรบ้าง พอจะรวบรวมได้ดังนี้ครับ

  1. ไม่มีคู่แข่งในระดับใกล้เคียงกันมากเกินไปนัก

วันก่อนผมไปเดินสยาม ผมเห็นว่ามีร้านขนมหวานนานาชนิด ทั้งน้ำแข็งใส(เรียกแบบเชยๆ ว่าปิงซู…) ชีสทาร์ต ขนมปังอบ แพนเค้ก ที่จัดแต่งจานให้ดูสวยงาม ทุกร้านล้วนแต่งร้านเก๋ไก๋ไม่แพ้กัน ชวนให้คนเข้าไปนั่งถ่ายรูปอาหาร เซลฟี่  ลงเฟซบุ๊ค ร้านแบบนี้มีแทบจะทุกซอย ทุกอาคารในย่านสยาม

ก่อนหน้านั้นไม่นาน มีร้านขนมหวานร้านหนึ่งได้ IPO (นำบริษัทไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อออกหุ้นมาขายให้คนอย่างเราๆ ได้มีโอกาสไปซื้อหุ้น ร่วมเป็นหุ้นส่วนกิจการกับเขา) เป็นที่สนใจของผู้คนพอสมควร

ส่วนตัวผมไม่ชอบกินขนมหวาน ไม่ค่อยเข้าร้านขนมหวาน ไม่ได้มี Lifestyle แบบกิน เที่ยว ช้อป แช๊ะ คงจะเลยวัยนั้นมามากแล้ว… ผมจึงไม่ได้สนใจหุ้นตัวนี้ เพราะผมไม่ได้รู้จัก ไม่มี Insight กับวงการขนมหวาน แต่พอไปเดินสยามวันนั้น ก็พอจะเห็นภาพการแข่งขันของวงการนี้  จากที่เห็น ร้านขนมหวานเรียงรายกัน แต่ละร้านก็ดูดีพอๆ กัน และคิดว่าการที่จะมีคนมาลงทุนเปิดร้านในลักษณะนี้ ในทำเลใกล้เคียงกับร้านขนมที่พึ่ง IPO ไป ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับคนมีเงินเหลือๆ  ในโลกทุกวันนี้ที่สูตรขนมมีอยู่ทั่วไปในโลกออนไลน์  มีเชฟเจ้าของสูตรฝีมือดีพร้อมจะสร้างสูตรขนมให้ โฆษณาก็มีช่องทางหลากหลาย ลูกค้ามากินมาถ่ายรูป โพสต์ เช็คอิน โฆษณาให้เองฟรีๆ ด้วยซ้ำ เรียกว่าไปที่ไหนก็พร้อมจะมีคู่แข่งในระดับเดียวกันมาขนาบข้าง แม้จะมีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักมากกว่า แต่แบรนด์ใหม่ๆ ก็พร้อมเกิดในวงการนี้เสมอ  ขอแค่ร้านสวยๆ ขนมหน้าตาดีๆ ให้เข้าไปนั่งแล้วดูเก๋ ถ่ายรูปออกมาสวยเป็นพอ และโอกาสของร้านที่รายรอบอยู่ก็พร้อมที่จะ “เกิด” ได้ทุกเมื่อจากการแชร์ของลูกค้า

วันเดียวกันนั้น ผมนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้าน ผมเห็นคู่แข่งของรถไฟฟ้าคือรถเมล์ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ ดูแล้วห่างไกลหลายช่วงตัวเหลือเกิน ที่ดูแล้วพอจะเทียบเคียงกันได้ก็เห็นจะมีรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ดูไปดูมาก็ไม่น่าเรียกว่าเป็นคู่แข่งซะทีเดียว เรียกว่าเป็นส่วนเสริมเติมเต็ม เกื้อหนุนให้คนมาใช้งานให้กันและกันซะมากกว่า ยังใงก็แล้วแต่เราสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้ทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน เพียงมีเงินแค่หลักร้อย … อ่านไม่ผิดหรอกครับ หลักร้อยจิงจิ๊ง  ใช้เงินไม่ต่างจากการเป็นเจ้าของร้านขนมหวานที่พึ่ง IPO ไปแต่ดูเรื่องการเข้ามาของคู่แข่งแล้ว ผมสบายใจที่จะเป็นเจ้าของกิจการรถไฟฟ้ามากกว่าร้านขนมหวานครับ

  1. ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเล่นด้วยไม่ง่ายนัก มีลักษณะกึ่งผูกขาดอยู่ในตัว

ถามจริงๆ ครับ จะมีใครสร้างรถไฟฟ้าแข่งกับ BTS หรือสร้างสนามบินแข่งกับการท่าอากาศยานฯ ไหมครับ มันต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลหลักหมื่นล้าน แถมยังมีเรื่องสัมปทานจากทางรัฐ ซึ่งขั้นตอนกว่าจะได้มานั้นมีความซับซ้อน ผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามายากครับ อ่อ… คุณก็เป็นเจ้าของสนามบินได้นะครับ …

  1. ลูกค้าหรือผู้ซื้อไม่ต่อรองราคามากนัก หรือมีอำนาจต่อรองน้อย หรือยินดีจะจ่ายแพงกว่าเพื่อได้รับบริการที่ดีกว่า

สินค้าหรือแบรนด์ที่ต้องลดแลกแจกแถมกันทีถึงจะมีคนซื้อซักที เวลาไม่มีโปรโมชั่นก็ไม่มีคนซื้อหรือไม่มีคนไปใช้บริการ แบบนี้ก็เข้าข่ายผู้บริโภคมีอำนาจต่อรองสูง กิจการเหล่านนี้อาจจะทำกำไรไม่ดีนัก ต่างจากกิจการบางอย่าง เช่น บริการทางการแพทย์ ผมคิดว่าคงไม่ค่อยมีใครต่อราคาค่ายา ค่ารักษาพยาบาลได้ จากร.พ.เอกชน หรือบางทีที่ไม่ต่อรองเพราะมีสวัสดิการจ่ายให้อยู่แล้ว เช่น ประกันสังคม หรือประกันที่เป็นสวัสดิการจากการทำงาน แบบนี้ก็เรียกว่ามีเจ้ามือเลี้ยง คนเข้าไปใช้บริการก็เบาใจ ตัดสินใจเข้าไปใช้บริการง่ายขึ้นครับ

บางกิจการ ลูกค้ายินดีจะจ่ายแพงกว่าเพื่อให้ได้รับบริการที่ดีกว่า ไม่ต้องการเผชิญความเสี่ยงเลยยอมจ่ายแพงกว่า หรือจ่ายแพงกว่าแล้วรู้สึกสบายใจแบบนี้ก็มี และอยากไปใช้บริการโดยไม่เกี่ยงว่าจะต้องรอคิวซะด้วยซ้ำ ถ้าคุณมีเงินมากพอที่จะเลือกรักษาตัวในโรงพยาบาลซักแห่ง คุณอยากไปโรงพยาบาลไหนครับ ผมคิดว่าลำดับต้นๆ ก็น่าจะมีบำรุงราษฎร์ สมิติเวช และ BNH ใช่ไหมครับ คนมีเงินเค้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน  โรงพยาบาลเหล่านี้จึงเป็นกิจการที่คนมีเงินยินดีจะจ่ายโดยไม่ต่อรอง แถมธุรกิจโรงพยาบาลยังอยู่ใน Mega trend อีกอย่างคือ Aging Society ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาพูดถึงกันอีกบทความหนึ่งครับ

  1. ครองใจคน (Consumer top of mind)

คุณสมบัติสั้นๆ แต่ยิ่งใหญ่

บางทีเราก็ตัดสินใจแบบเหมือนถูกตั้งโปรแกรมไว้อัตโนมัติ เช่น เวลาเย็นๆ ไม่ได้ทำอะไรกินที่บ้าน ออกไปหาอะไรกินข้างนอก หากมีคำถามว่าไปกินอะไรดี คุณคิดว่าคำตอบที่จะมีคนตอบมาก ตอบไว ตอบแบบแทบทันที ไม่ต้องคิดมาก คือไปกินอะไร  หนึ่ง ส่อง ซั่ม ตอบ! ….

ผมว่าถ้าเอาคำตอบทั้งหมดของคนทั้งหมดมารวมกันแล้วนับคะแนน คงจะมีชื่อ MK กับซิสเลอร์ ติดอยู่ใน Top 5 ถามว่าไม่มีร้านอื่นขายสุกี้หรือสเต็คแล้วหรือนอกจากสองที่นี้ มันก็มีแหละครับ แต่สร้างบารมี ทำการตลาดมาสู้สองที่นี้ไม่ได้ เพราะเค้าทำมานานแล้ว  เลยกลายเป็นที่แรกที่ผู้คนจดจำได้ นึกถึง อยากไป และยอมจ่าย หรือเป็น Consumer top of mind

ถามอีกว่า อ่าว… ในข้อแรก พูดกันว่า ไม่มีคู่แข่งในระดับใกล้เคียงกันมากไป ข้อสองบอกผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเล่นด้วยไม่ง่ายนัก กิจการขายสุกี้ กับขายสเต็คนี่ก็คู่แข่งเยอะนะ หน้าใหม่เข้าไปก็พอได้นะ …

ถ้าแค่แข่งกันขายสุกี้ ขายสเต็ค ขายสลัดบุฟเฟ่ต์ ก็คงจะพอมีหน้าใหม่เข้ามาได้ไม่ยากเท่าไหร่ แต่อย่าง MK กับซิสเลอร์นี่คนที่เข้าไปกินไม่ได้ต้องการแค่ความอิ่มท้อง แต่ต้องการสถานที่และช่วงเวลาที่ครอบครัวใช้ร่วมกันนอกบ้าน สร้างความเพลิดเพลินในการกิน ใช้เวลาร่วมกันนานๆ ได้โดยอาหารไม่หมดเสียก่อน (ซึ่งเราจะทำแบบนี้ไม่ค่อยได้ในร้านอาหารประเภทฟาสฟู้ดส์) สร้างความอบอุ่น กระชับความสัมพันธ์ คู่แข่งจึงเป็นพวกร้านปิ้งย่าง ชาบู ที่มีลักษณะเอาของสดมาเสิร์ฟ ให้ลูกค้ามาลงหม้อลงเตากันเองที่โต๊ะ หรือเดินไปตักนู่นตักนี่ได้เอง ดูเหมือนคนไทยจะชอบร้านแนวนี้นะครับ

แต่ก็มีคู่แข่งอยุ่ดีไม่ใช่เหรอ? … อย่างชาบูชิ, Hot Pot, ซานตาเฟ่สเต็คใง … แต่แบรนด์เหล่านี้ครองใจคนได้หรือยังครับ

การเปิดร้านอาหารอาจจะไม่ยาก แต่การครองใจคนนี่สิ การสร้างประสบการณ์ให้คนรู้จักว่า MK ซิสเลอร์คืออะไร เข้าไปแล้วจะได้รับประสบการณ์อย่างไร ราคาเป็นยังใง ทำไมเราถึงนึกถึงร้านอาหารเหล่านี้เป็นลำดับแรกๆ ก่อนนึกถึงร้านอื่น การเป็น Top of mind ตรงนี้แหละครับที่เป็นเรื่องยาก การที่หน้าใหม่จะเข้าไปนั่งในใจแฟนคลับที่เหนียวแน่นของกิจการลักษณะนี้ ที่มีสาขาอยู่มากมายขนาดนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย

อีกอย่างหนึ่งที่เลียนแบบได้ยากคือ ร้านเหล่านี้ไม่ได้มีแต่ผักหรือเนื้อสัตว์ จานชาม หม้อไห แต่มีประสบการณ์ มีระบบบริหารจัดการ Supply ของสดให้มีพอและไม่เหลือทิ้งมากไปให้กับกว่า 300 สาขาทั่วประเทศ ระบบ Training คน เทคโนโลยีในการจัดการออเดอร์ให้รวดเร็วถูกต้อง รองรับคนนับร้อยนับพันคนที่เข้าร้านมาในแต่ละวัน ถึงแม้มีทุนเข้ามาเปิดร้านได้เท่าเขา แต่กว่าจะเรียนรู้การจัดการเหล่านี้ได้ก็ต้องใช้เวลาอีกนานครับ

  1. ผูกขาดพื้นที่ในตู้เก็บของ และตู้กับข้าวที่บ้านเรา : Consumer Monopoly

เมื่อกี๊นี้มีการพูดถึงแฟนคลับที่เหนียวแน่น ลองนึกต่อไปซิครับว่าในชีวิตเรามีของกินของใช้อะไรที่เราเป็นแฟนคลับเหนียวแน่นทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว (ประมาณว่าพอเดินไปถึงชั้นวางขายสินค้าชนิดนั้นก็หยิบซื้อแบรนด์เดิมซ้ำๆ โดยไม่ต้องคิด ไม่ต้องเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น และคนทั่วไปที่ใช้แบรนด์นี้ก็มักเป็นแบบนี้ แถมยังเป็นของที่ต้องกินต้องใช้ ใช้มาก ใช้ต่อเนื่องยาวนาน ใช้แล้วหมดไป แล้วก็ต้องซื้อใหม่อีกตังหากคล้ายๆ ว่าจะผูกขาดการเป็นลูกค้าของเราไปโดยปริยาย ถ้าให้ผมยกตัวอย่างชีวิตผมว่าผมถูก Monopoly (ทั้งๆ ที่ก็มีแบรนด์อื่นให้เลือกด้วยราคาที่ไม่ต่างกันนัก) โดยสินค้าใด แบรนด์ใดบ้าง เท่าที่นึกได้ก็มีขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ มาม่า ไวตามิ้ลค์ ซอสฝาเขียวภูเขาทอง กระดาษทิชชู่สก้อต ลองคิดว่ากิจการเหล่านี้มีคนมาซื้อของอยู่เรื่อยๆ ต่อเนื่อง ยาวนาน ใช้หมดก็มาซื้อใหม่ทุกเดือน (บางอย่างก็ทุกอาทิตย์ หรือทุกวัน) จะดีไหมถ้าเราไปเป็นหนึ่งในเจ้าของกิจการเหล่านี้ได้บ้าง ซึ่งเราเป็นได้ (บางแบรนด์นะครับไม่ใช่ทุกแบรนด์) ด้วยเงินหลักร้อยหลักพันบาทอีกเหมือนกัน

เปิดตู้เย็น ตู้กับข้าว ตู้เก็บของ ครั้งหน้า หยิบของมาดูผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย อันไหนลงท้ายด้วย (มหาชน) ให้ลิสต์เก็บไว้ก่อนครับ เอาไว้ดูโหงวเฮ้งกันต่อไป

หวังว่าคงพอจะมีหุ้นกิจการในดวงใจกันแล้วบ้างนะครับ ซึ่งก็ขอย้ำว่าเนื้อหาและบริษัทที่ถูกอ้างอิงถึงในบทความนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่าง วิธีคิด ไอเดียในการค้นหาหุ้น ยังมีกิจการดีๆ อีกมากมายให้เราเป็นเจ้าของได้ผ่านตลาดหุ้น หุ้นที่มันสอดคล้องกับชีวิตเรา ซึ่งหุ้นที่สอดคล้องต้องจริตผมอาจจะไม่เหมือนกับของคุณก็ได้

ในบทความต่อไป เราจะไปขอดูสมุดพกหรือ Transcript ของหุ้นส่วนของเรากันครับ จะให้เป็นหุ้นส่วนกันโปรไฟล์ต้องดี

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *