10 ที่มา ที่ว่าทำไมเก็บเงินถึงเป็นเรื่องยาก

By | พฤษภาคม 3, 2019

1. การเก็บเงินเป็นเรื่องระยะยาว ตลอดชีวิต เราถูกสอนให้เก็บเงินตั้งแต่อนุบาล ถ้าเรารักษาความสม่ำเสมอของการเก็บเงินง่ายๆ แบบที่เราทำสมัยอนุบาลได้จนถึงวันนี้ เราคงรวยกันแล้ว การเก็บเงินต้องรักษาความสม่ำเสมอ ซึ่งความสม่ำเสมอนั่นแหละที่ยาก แต่ก็สร้างได้ด้วยการฝึกทำเป็นนิสัย สร้างสิ่งแวดล้อม กลไกที่ทำให้การเก็บเงินกลายเป็นเรื่องที่ทำไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้ความพยายามกันทุกครั้ง หรืออาศัยแรงบันดาลใจกันอยู่ตลอด

2. คาดหวังความสมบูรณ์แบบ ต้องมีความรู้มากกว่านี้ มีเงินเดือนมากกว่านี้ มีรายได้ มีเงินเหลือมากกว่านี้ มีเวลามากกว่านี้ เลยไม่ได้ลงมือทำเสียที ถ้ามีเงินเหลือเดือนละ 100 บาท เราอาจไม่คิดว่าจะเอาไปวางแผนเก็บเงิน คิดว่ามันน้อยเกินไปกว่าที่จะเป็นเงินเก็บ เลยเอาไปใช้ดีกว่า แล้วเท่าไหร่จึงเรียกว่าเหมาะที่จะเอาไปเป็นเงินเก็บ 500, 1,000, 2,000, 5,000 หรือ 10,000 บาทดี? ถ้ายังไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน ก็สามารถทำให้ดีที่สุด เก็บให้มากที่สุดในสิ่งที่เราเก็บได้ไปก่อนก็ได้ หรือลงทุนด้วยเงินน้อยๆ ในสิ่งที่เราพอรู้บ้างแล้วไปก่อน ไม่จำเป็นต้องรอให้เข้าใจทุกอย่างค่อยเก็บเงิน-ลงทุน

3. อนาคตอันไกลประเมินได้ยากว่าจะเป็นอย่างไร และถูกแทรกด้วยเรื่องใกล้ๆ ถ้าพูดเรื่องเก็บเงินเพื่อเตรียมตัวเกษียณ คงเป็นเรื่องยากที่จะประเมินว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่จึงจะพอใช้หลังเกษียณ เราจะทำงานได้จนถึงอายุเท่าไหร่ หรือจะมีอายุยืนยาวเท่าไหร่ เรื่องเก็บเงินวางแผนเกษียณจึงเป็นเหมือนยาขม จนเราไม่อยากคิด แล้วแผนก็ล่มอยู่เรื่อย แต่ก็มี ศคง. ใจดีทำเครื่องคำนวณเงินเก็บเพื่อการเกษียณไว้ให้เราใช้ง่ายๆ ได้แล้วที่นี่ครับ

4. เรื่องอนาคตอันใกล้ก็มี แต่ไม่รู้ว่าต้องใช้เท่าไหร่ แล้วก็คอยกวนแผนการเก็บเงินของเราให้รวนทุกที อย่างเรื่องหนี้บัตรเครติด ที่ตอนแรกก็ดูเหมือนไม่เยอะ แต่ด้วยดอกเบี้ยทบต้น ก็ทำให้ดอกเบี้ยงอกงามกลายเป็นหนี้ไม่รู้จบ แล้วก็เก็บเงินไม่ได้ตามที่ตั้งใจเสียที หรือเรื่องค่าใช้จ่ายที่เรามักจะลืมเก็บไว้ล่วงหน้า ก็ทำให้ใช้เงินผิดแผนอยู่เรื่อย

5. มีเรื่องคาดเดาไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ หรือจะเกิดเหตุที่จำเป็นจะต้องใช้เงินเมื่อไหร่ เหตุนั้นคืออะไรบ้าง อย่างเงินฉุกเฉิน กับเงินสำรอง การที่ไม่ได้เก็บเงินส่วนนี้เตรียมไว้ พอเกิดเหตุขึ้นก็ต้องใช้บัตรเครดิต กู้ยืม เป็นหนี้ และกระทบกับเงินเก็บส่วนอื่นๆ

6. คิดว่าต้องได้ผลตอบแทนเท่านั้นเท่านี้ถึงจะเก็บเงิน-ลงทุน ที่จริงแล้วเงินเก็บบางก้อน ผลตอบแทนไม่ใช่ความสำคัญลำดับแรกๆ เช่น เงินฉุกเฉิน ที่เน้นเรื่องสภาพคล่องเป็นสำคัญ คือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต้องใช้ก็ต้องนำเงินส่วนนั้นมาใช้ได้ทันที ไม่ใช่ต้องรอข้ามวัน ฉะนั้น เงินฉุกเฉินไม่ต้องรอหาผลตอบแทนดีๆ แค่บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธรรมดาที่สามารถทำบัตร ATM หรือโอนจ่ายผ่านแอพธนาคารได้ก็พอ ที่สำคัญคือเริ่มเก็บเงินฉุกเฉินให้เร็วที่สุดต่างหาก

7. ใช้เงินเป็นเรื่องง่ายกว่า ใช้ความพยายามน้อยกว่า และใช้เวลาสั้นกว่าการเก็บเงิน แต่เราสามารถสร้างสิ่งแวดล้อมของการใช้เงินให้ยากขึ้นได้ เพื่อให้เกิดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์(ใช้เงินสิ้นเปลือง) เกิดได้ยาก แต่การเก็บเงิน(พฤติกรรมที่พึงประสงค์) เกิดได้ง่าย

8. ธนาคาร-สถาบันการเงินชอบให้เราเป็นหนี้(กู้เงิน) มากกว่าให้เราเก็บเงิน- ฝากเงิน เพราะผลกำไรของเขามาจากดอกเบี้ยเงินกู้ที่เขาได้จากเราใงครับ การที่เราไปฝากเงินก็เท่ากับเราเป็นเจ้าหนี้ของธนาคาร ธนาคารมีหน้าที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยเรา ซึ่งไม่แปลกที่เขาอยากจ่ายเราน้อยกว่าอยู่แล้ว

9. ไม่แบ่งเงิน กันเงิน เก็บเงินที่เป็นส่วนสำหรับสร้าง “ความสุข” หรือความสนุกสนานของตัวเองให้เป็นเรื่องเป็นราว แล้วต้องใช้เงินส่วนนี้อย่างจริงจังด้วยนะ เรื่องของความสุขส่วนตัว หรือแม้แต่ค่านิยมทางสังคม ก็เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ หรือถ้าไม่ทำเลย ไม่มีบ้าง ชีวิตก็คงไม่มีรสชาติ ทำให้การเคร่งครัดกับการเก็บเงินเป็นเรื่องน่าเบื่อ และพาลจะทำให้ไม่อยากเก็บเงินไปทั้งหมดเลย

10. Product ทางการเงินและการลงทุนบางประเภท ชื่อแปลกๆ ไม่คุ้นเคย แต่มักดึงดูดใจด้วยผลตอบแทนสูงๆ (แต่ก็เสี่ยงสูง) และเรื่องราวความสำเร็จอันหอมหวาน (แต่ไม่ค่อยเล่าเรื่องคนที่สูญเสียเงินมากมายไปกับมัน) ที่ทำเอาหลายคนแหกโค้ง เอาเงินเก็บไปลองกับสิ่งนี้มากเกินไป จนเงินเก็บแทบหมดก็มี

ถ้าให้ผมเลือกเรื่องเก็บเงินสัก 1 เรื่องมาเป็นจุดเริ่มต้นจัดการกับความยากของการเก็บเงิน ผมคงเลือกเรื่อง เก็บเงินสูตร 50:30:20 เพราะเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย ไม่ยากเกินกว่าที่ทุกคนจะทำได้ และเริ่มทำได้เลย

เรื่องความมั่งมี ไม่ต้องรอโชคบันดาล เพราะคุณบันดาลให้ตัวเองได้ เริ่มตั้งแต่วันนี้ ก็เข้าใกล้ความมั่งมีเข้าไปเรื่อยๆ แล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *